วัดผนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บันทึกภาพเมื่อ : 8 สค. 57
เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ชื่อวัดน่าจะแผลงมาจาก แพนงเชิง พระนางเชิง ที่เป็นภาษาเขมร ที่แปลว่านั้งขัดเท้า หรือขัดสมาธิ (มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์)
ที่มา : ลอกบทความ จาก หนังสือ ท่องเที่ยวเรียนรู้ กรุงศรีอยุธยา
บริเวณที่แม่น้ำป่าสักบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา การที่วัดผนัญเชิง สร้างเมื่อปี 1867 ก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีถึง 26 ปี จึงเชื่อว่าบริเวณนี้เป็นชุมชนโบราณมาก่อน ไม่ปรากฎหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ตำนานเล่าว่า เจ้าชายสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง จากพงศาวดารเหนือ เล่าว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้่ากรุงจีนได้พระราชทานธิดานามว่า พระนางสร้อยดอกหมาก ให้แก่เจ้าชายสายน้ำผึ้งแห่งกรุงอโยธยา พระองค์ได้จัดขบวนเรือไปรับถึงเมืองจีน เมื่อกลับถึงอโยธยาแล้ว เจ้าชายสายน้ำผึ้งได้เสด็จขึ้นจากเรื่อโดยลำพัง เพื่อตระเตรียมความพร้อมในการต้อนรับ จากนั้นทรงขบวนขึ้นมารับนาง แต่กลับเป็นเหตุให้พระนางน้อยพระทัย ไม่ยอมเสด็จขึ้นจากเรือ เพราะเจ้าชายไม่เสด็จมาด้วยพระองค์เอง เมื่อทราบความเจ้าชายจึงเสด็จมาและสัพยอกพระนางว่าหากไม่ไปก็จงอยู่ที่นี่เป็นเหตุให้พระนางเสียพระทัยมาก ถึงกับกลั้นพระทัยสิ้นพระชนม๋ พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงโปรดเกล้าให้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ แล้วสถาปนาบริเวณนั้นเป็นวัดผนัญเชิง (จากวัดแม่นางเชิญ เป้นผนัญเชิง)
ที่มา : คัดลอกบางส่วนจาก ท่องเที่ยวเรียนรู้ กรุงศรีอยุธยา
พระพนัญเชิง เป้นพระพุทธรูปปูนปั้น นั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย ขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 14 เมตร สูง 19 เมตร คนจีนเรียกว่า ซำปอกง คนทั่วไปเรียกหลวงพ่อโต ในปี พ.ศ.2397 รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จมาปิดทองพระพักตร์ และได้ถวายนามว่า พระพุทธไตรรัตนนายก
ที่มา : web site นักเดินทาง
อักษรจีนอยู่เหนือวิหารวัดผนังเชิง เขียนว่า ซำเปาฮุดกง ซึ่งเป๋นนามที่ชาวจีนเรียกพระพนัญเชิง คำนี้บางท่านแปลว่า พระเจ้า 3 พระองค์ หรือพระรัตนตรัย ซึ่งรัชกาลที่ 4 ได้นำคำแปลนี้มาถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก แต่นักวิชาการบางท่านอธิบาย ว่า ซำเปากง หมายถึง เจิ้งเหอ แม่ทัพเรือชาวจีนที่เกรียงไกรในราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพเรือเดินทางไปทั่วโลกจนเป็นที่กล่าวขาน และมีหลักฐานว่าเจิ้งเหอ เป็นผู้ที่ค้นพบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัส เมื่อเจิงเหอสิ้นชีวิตลงได้รับการยกย่องเป็นเทพ และได้รับความเคารพนับถือจากชาวจีนเรื่อยมา เชื่อว่า เจิ่้้งเหอ เคยเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา และอาจมีส่วนร่วมในการปฏิสังขรณ์พระพนัญเชิง จนกลายเป็นสัญญลักษณ์สื่อถึง เจิ่งเหอ ดังในเอกสารโบราณของจีนกล่าวว่า วัดพนัญเชิงเป็นที่กราบไหว้ระลึกถึงเจิ่งเหอ ทุกวันนี้ชาวจีนมักมากราบไหว้พระพนัญเชิงอยู่เสมอ โดยเฉพาะวันตรุษจีน
ได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัย พระนเรศวร และรัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1
พ.ศ.2444 สมัยรัชกาลที่ 5 เกิดเพลิงไหม้ผ้าห่มหลวงพ่อโต ชำรุดหลายแห่ง พระองค์จึงโปรดให้บูรณะใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งปิดทองพระพักตร์ แล้วเสร็จในปี 2445
พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อโต
พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อโต
พศ.2472 กรมศิลปากร พระยาโบราณราชธานินทร์และประชาชน ได้ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ส่วนพระปราง พระหนุ (แก้ม คาง) และจัดทำพระอุณาโลมทองคำหนัก 57 บาทติดไว้ที่พระนลาฎ (หน้าผาก) ในพงศาวดารกล่าวว่า ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกครั้งที่ 2 ในปี 2310 มีพระเนตรไหลออกจากพระนาภี
แผ่นไม้มะค่าขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างวิหารหลวงพ่อโต
พระอุโบสถ และพระพุทธรูปในพระอุโบสถ และจิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ
จิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ
จิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ
ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก